❤ การจัดการความเสี่ยง ❤
การจัดการความเสี่ยง หรือ การบริหารความเสี่ยง คือ การจัดการความเสี่ยง ทั้งในกระบวนการในการระบุ วิเคราะห์ประเมินดูแล ตรวจสอบ
และควบคุมความเสี่ยงที่สัมพันธ์กับ กิจกรรม หน้าที่และกระบวนการทำงาน
เพื่อให้องค์กรลดความเสียหายจากความเสี่ยงมากที่สุด
อันเนื่องมาจากภัยที่องค์กรต้องเผชิญในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง หรือเรียกว่า อุบัติภัย
(Accident )
💢นิยามของความเสี่ยง
👉โอกาสที่เกิดขึ้นแล้วธุรกิจจะเกิดความเสียหาย
(Chance of Loss)
👉ความเป็นไปได้ที่จะเกิดความเสียหายต่อธุรกิจ
(Possibility of Loss)
👉ความไม่แน่นอนของเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
(Uncertainty of Event)
👉และ การคลาดเคลื่อนของการคาดการณ์ (Dispersion of Actual Result)
💢องค์ประกอบการบริหารความเสี่ยง
👉การระบุชี้ว่าองค์กรกำลังมีภัย
เป็นการระบุชี้ว่าองค์กรมีภัยอะไรบ้างที่มาเผชิญอยู่ และอยู่ในลักษณะใดหรือขอบเขตเป็นอย่างไร นับเป็นขั้นตอนแรกของการบริหารความเสี่ยง
👉การประเมินผลกระทบของภัย
เป็นการประเมินผลกระทบของภัยที่จะมีต่อองค์กรซึ่งอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การประเมินความเสี่ยงที่องค์กรต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภัยแต่ละชนิดได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด
👉การจัดทำมาตรการตอบโต้ตอบความเสี่ยงจากภัย
การจัดทำมาตรการตอบโต้ตอบความเสี่ยงเป็นมาตรการที่จัดเรียงลำดับความสำคัญแล้วในการประเมินผลกระทบของภัย มาตรการขจัดหรือลดความรุนแรงของความอันตรายของภัยที่ต้องประสบ
👉การระบุชี้ว่าองค์กรกำลังมีภัย
เป็นการระบุชี้ว่าองค์กรมีภัยอะไรบ้างที่มาเผชิญอยู่ และอยู่ในลักษณะใดหรือขอบเขตเป็นอย่างไร นับเป็นขั้นตอนแรกของการบริหารความเสี่ยง
👉การประเมินผลกระทบของภัย
เป็นการประเมินผลกระทบของภัยที่จะมีต่อองค์กรซึ่งอาจเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า การประเมินความเสี่ยงที่องค์กรต้องเตรียมตัวเพื่อรับมือกับภัยแต่ละชนิดได้อย่างเหมาะสมมากที่สุด
👉การจัดทำมาตรการตอบโต้ตอบความเสี่ยงจากภัย
การจัดทำมาตรการตอบโต้ตอบความเสี่ยงเป็นมาตรการที่จัดเรียงลำดับความสำคัญแล้วในการประเมินผลกระทบของภัย มาตรการขจัดหรือลดความรุนแรงของความอันตรายของภัยที่ต้องประสบ
💢มาตรการรับมือกับภัย 5 มาตรการ (5R)
👉R1 Readiness ความเตรียมพร้อม
องค์กรต้องเตรียมความพร้อมระบบการบริหารความเสี่ยงให้มีความพร้อมในการจัดทำมาตรการขจัดหรือควบคุมภัยต่างๆเอาไว้ล่วงหน้า
องค์กรต้องเตรียมความพร้อมระบบการบริหารความเสี่ยงให้มีความพร้อมในการจัดทำมาตรการขจัดหรือควบคุมภัยต่างๆเอาไว้ล่วงหน้า
👉R2 Response การตอบสนองอย่างฉับไว
เมื่อเกิดอุบัติภัยขึ้นระบบต้องมีสมรรถนะที่ดีพอในการตอบโต้ภัยแต่ละชนิดอย่างได้ผลและทันเวลา
👉R3 Rescue การช่วยเหลือกู้ภัย
เป็นกระบวนการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินขององค์กร ที่ได้ผลและทันเวลา
เป็นกระบวนการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินขององค์กร ที่ได้ผลและทันเวลา
👉R4 Rehabilitation การกลับเข้าไปทำงาน
เมื่ออุบัติภัยสิ้นสุดลงแล้วต้องกลับเข้าไปที่เดิมให้เร็วที่สุดเพื่อ การซ่อมแซม การเปลี่ยนใหม่ หรือการสร้างขึ้นใหม่ (Rebuild) เพื่อให้อาคารสถานที่พร้อมที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้ อาจรวมไปถึงการประกันภัยด้วย
เมื่ออุบัติภัยสิ้นสุดลงแล้วต้องกลับเข้าไปที่เดิมให้เร็วที่สุดเพื่อ การซ่อมแซม การเปลี่ยนใหม่ หรือการสร้างขึ้นใหม่ (Rebuild) เพื่อให้อาคารสถานที่พร้อมที่จะดำเนินกิจการต่อไปได้ อาจรวมไปถึงการประกันภัยด้วย
👉R5 Resumption การกลับคืนสู่สภาวะปกติ
องค์กรสามารถเปิดทำการ หรือ ดำเนินธุรกิจต่อไปตามปกติได้เสมือนว่าไม่มีอุบัติภัยมาก่อน
องค์กรสามารถเปิดทำการ หรือ ดำเนินธุรกิจต่อไปตามปกติได้เสมือนว่าไม่มีอุบัติภัยมาก่อน
Response
กับ Rescue อาจจะเหมือนเป็นเรื่องเดียวกัน
แต่ความจริงแล้วแตกต่างกัน โดยขอยกตัวอย่าง กรณีเกิดอัคคีภัย
อุปกรณ์ดับเพลิงอัตโนมัติ รวมถึง Fire Alarm คือขั้นตอนของ Response
แต่ไฟฉุกเฉินและเครื่องช่วยหายใจ เพื่อให้พนักงานสวม
เพื่อหนีออกจากอาคาร เป็นขั้นตอนของ Rescue
💢การสร้างความเข้าใจ
👉การจัดการ/บริหารความเสี่ยง
👉การจัดการ/บริหารความเสี่ยงในภาครัฐ
👉ความเสี่ยงคืออะไร
👉แนวคิดพื้นฐานในการจัดการ/บริหารความเสี่ยง
👉กระบวนการจัดการความเสี่ยงเป็นอย่างไร
👉การประยุกต์ใช้การจัดการความเสี่ยงในองค์กร
👉การดําเนินการตามกรอบตัวชี้วัดในเรื่องของการบรหิารความเสี่ยง
👉การจัดการ/บริหารความเสี่ยงในภาครัฐ
👉ความเสี่ยงคืออะไร
👉แนวคิดพื้นฐานในการจัดการ/บริหารความเสี่ยง
👉กระบวนการจัดการความเสี่ยงเป็นอย่างไร
👉การประยุกต์ใช้การจัดการความเสี่ยงในองค์กร
👉การดําเนินการตามกรอบตัวชี้วัดในเรื่องของการบรหิารความเสี่ยง

💢ปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จในการบริหารความเสี่ยง
ปัจจัยสำคัญ
8 ประการ
เพื่อช่วยให้การปฏิบัติตามกรอบการบริหารความเสี่ยงประสบความสำเร็จ มีดังนี้
👉ปัจจัยที่ 1
การสนับสนุนจากผู้บริหารระดับสูง
การปฏิบัติตามกรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร
จะประสบความสำเร็จเพียงใดขึ้นอยู่กับเจตนารมณ์ การสนับสนุน การมีส่วนร่วม
และความเป็นผู้นำของผู้บริหารระดับสูงในองค์กร
คณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูงขององค์กรทั่วไปต้องให้ความสำคัญและสนับสนุนให้ทุกคนในองค์กร
เข้าใจความสำคัญในคุณค่าของการบริหารความเสี่ยงต่อองค์กรมิฉะนั้นแล้วการบริหารความเสี่ยงไม่สามารถเกิดขึ้นได้
การบริหารความเสี่ยงต้องเริ่มต้นจากการที่กรรมการผู้จัดการหรือผู้นำสูงสุดขององค์กรต้องการให้ระบบนี้เกิดขึ้นโดยกำหนดนโยบายให้มีการปฏิบัติรวมถึงการกำหนดให้ผู้บริหารต้องใช้ข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงในการตัดสินใจ
และบริหารงาน เป็นต้น
👉ปัจจัยที่ 2
ความเข้าใจความหมายความเสี่ยงตรงกัน
การใช้คำนิยามเกี่ยวกับความเสี่ยง และการบริหารความเสี่ยงแบบเดียวกัน
ซึ่งจะทำให้เกิดความมีประสิทธิภาพในการกำหนดวัตถุประสงค์ นโยบาย กระบวนการ
เพื่อใช้ในการบ่งชี้และประเมินความเสี่ยง
และกำหนดวิธีการจัดการความเสี่ยงที่เหมาะสม
การจัดทำกรอบและนโยบายการบริหารความเสี่ยงที่มีความชัดเจน
จะทำให้ผู้บริหาร
และพนักงานทุกคนใช้ภาษาความเสี่ยงในแนวทางเดียวกันและมีจุดหมายร่วมกันในการบริหารความเสี่ยง
👉ปัจจัยที่ 3
กระบวนการบริหารความเสี่ยง
ดำเนินการอย่างต่อเนื่องการที่องค์กรทั่วไป จะประสบความสำเร็จในการปฏิบัติตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงได้นั้นรูปแบบการบริหารความเสี่ยงขององค์กรจะต้องมีการกำหนดขึ้นและเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารในทุกระดับที่จะนำกระบวนการบริหารความเสี่ยงมาปฏิบัติได้อย่างทั่วถึงทั้งองค์กร
และต้องกระทำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ
👉ปัจจัยที่ 4
การบริหารการเปลี่ยนแปลงต้องมีการชี้แจง
ในการนำเอากระบวนการบริหารความเสี่ยงมาปฏิบัติ
จำเป็นต้องมีการปรับวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงขององค์กรให้เข้ากับทุกระดับขององค์กร
และต้องให้ผู้บริหารและพนักงานทุกคนได้ทราบถึงการเปลี่ยนแปลงและผลที่องค์กร
และแต่ละบุคคลจะได้รับจากการเปลี่ยนแปลงนั้น
โดยองค์ประกอบที่สำคัญของการเปลี่ยนแปลงมีดังนี้คือ
💥กำหนดความคาดหวังที่เป็นไปได้ในทางปฏิบัติตั้งแต่เริ่มต้นโครงการ
💥กำหนดระยะเวลาของกระบวนการเปลี่ยนแปลงและสื่อให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบ
💥กำหนดลักษณะและระดับของความพยายามที่ต้องการ
💥ดำเนินการเพื่อให้มั่นใจว่ามีการสื่อสารไปยังทุกฝ่ายที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง
💥ระบุปัญหา
อุปสรรคที่ต้องดำเนินการแก้ไขตั้งแต่เริ่มแรก
👉ปัจจัยที่ 5
การสื่อสารที่มีคุณภาพเชื่อมโยงกับกลยุทธ์
การสื่อสารเกี่ยวกับกลยุทธ์การบริหารความเสี่ยง และวิธีปฏิบัติ
มีความสำคัญอย่างมากเพราะการสื่อสารจะเน้นให้เห็นถึงการเชื่อมโยงระหว่างการบริหารความเสี่ยงกับกลยุทธ์องค์กร
การชี้แจงทำความเข้าใจต่อพนักงานทุกคนถึงความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลต่อกระบวนการบริหารความเสี่ยง
จะช่วยให้เกิดการยอมรับในกระบวนการ
และนำมาซึ่งความสำเร็จในการพัฒนาการบริหารความเสี่ยง
โดยควรได้รับการสนับสนุนทั้งทางวาจา
และในทางปฏิบัติจากกรรมการผู้จัดการและผู้บริหารระดับสูงขององค์กร ดังนั้นวัตถุประสงค์ของการสื่อสารอย่างมีประสิทธิผลนั้น
ต้องให้มั่นใจได้ว่า
💥ผู้บริหารได้รับข้อมูลเกี่ยวกับความเสี่ยงที่ถูกต้องและทันเวลา
💥ผู้บริหารสามารถจัดการกับความเสี่ยงตามลำดับความสำคัญ
หรือ ตามการเปลี่ยนแปลงหรือความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ได้ทันท่วงที
💥การติดตามแผนการจัดการความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง
เพื่อนำมาใช้ปรับปรุงการบริหารองค์กร และจัดการความเสี่ยงต่าง ๆ
เพื่อให้องค์กรมีโอกาสในการบรรลุวัตถุประสงค์ได้มากที่สุด
👉ปัจจัยที่ 6
การวัดผลการบริหารความเสี่ยง
ควบคู่กับกระบวนการด้านบุคลากร
การวัดความเสี่ยงในรูปแบบของผลกระทบและโอกาสที่อาจเกิดขึ้น
เพื่อให้ผู้บริหารสามารถประเมินความเสี่ยงที่เกิดขึ้นและดำเนินการให้กระบวนการทั้งหมดเกิดความสอดคล้องกันอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลและเป็นการลดความแตกต่างระหว่างความเสี่ยงที่เกิดขึ้น
และความเสี่ยงที่องค์กรยอมรับ
การวัดความสำเร็จของการบริหารความเสี่ยงโดยอาศัยดัชนีวัดผลการดำเนินงาน
ซึ่งอาจกำหนดเป็นระดับองค์กร ฝ่ายงานหรือของแต่ละบุคคล
การใช้ดัชนีวัดผลการดำเนินงานนี้อาจปฏิบัติร่วมกับกระบวนการด้านทรัพยากรบุคคล
👉ปัจจัยที่ 7
การฝึกอบรม ความรู้
ความรับผิดชอบการบริหารความเสี่ยง กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนในองค์กร
ควรต้องได้รับการฝึกอบรม เพื่อให้เข้าใจกรอบการบริหารความเสี่ยง
และความรับผิดชอบของแต่ละบุคคลในการจัดการความเสี่ยง
👉ปัจจัยที่ 8
การติดตามกระบวนการบริหารความเสี่ยงขั้นตอนสุดท้ายของปัจจัยสำคัญต่อความสำเร็จของการบริหารความเสี่ยง
👋ขอขอบคุณ : 👋สืบค้นเมื่อวันที่ :
💨https://th.wikipedia.org 6
ธันวาคม 2560







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น