❤ การเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน
❤
💢ความหมายการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน
การทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ได้มีนักวิชาการหลายท่านให้ความหมายดังนี้
จอห์น
ดี.มิลเล็ท (John D.Millet,1954) ได้กล่าวว่า ประสิทธิภาพ หมายถึง
ผลการปฏิบัติงานที่ทำให้เกิดความพึงพอใจและได้รับผลกำไรจากการปฏิบัติงานซึ่งความพึงพอใจ
หมายถึง ความพึงพอใจในการบริการให้กับประชาชนโดยพิจารณาจาก เช่น
การให้บริการอย่างเท่าเทียมกันการให้บริการอย่างรวดเร็วทันเวลาการให้บริการอย่างเพียงพอการให้บริการอย่างต่อเนื่องและการให้บริการอย่างก้าวหน้าเป็นต้น
สมใจ
ลักษณะ (2544) ได้กล่าวว่า การมีประสิทธิภาพในการทำงานของตัวบุคคล หมายถึง
การทำงานให้เสร็จโดยสูญเวลาและเสียพลังงานน้อยที่สุดได้แก่การทำงานได้เร็วและได้งานที่ดีบุคลากรที่มีประสิทธิภาพในการทำงานเป็นบุคลากรที่ตั้งใจในการปฏิบัติงานเต็มความสามารถใช้กลวิธีหรือเทคนิคการทำงานที่จะสร้างผลงานได้มากเป็นผลงานที่มีคุณภาพเป็นที่น่าพอใจโดยสิ้นเปลืองต้นทุนค่าใช้จ่าย
พลังงาน และเวลาน้อยที่สุด
สิริวดี
ชูเชิด (2556) ได้กล่าวว่า ประสิทธิภาพการทำงาน หมายถึง
ความสามารถและทักษะในการกระทำของบุคคลของตนเองรือของผู้อื่นให้ดีขึ้นเจริญขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายของตนเองและขององค์กรอันจะทำให้ตนเองผู้อื่นและองค์กรเกิดความพึงพอใจและสงบสุขในที่สุด
สรุปว่า
การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงาน คือ
การปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมความสามารถและทักษะในการทำงานของตนเองหรือผู้อื่นให้ดีขึ้นเจริญขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรซึ่งจะทำให้ตนเองผู้อื่นและองค์กรเกิดความสุขในที่สุดโดยการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาองค์กรหรือการพัฒนาสังคม
💢ประโยชน์การพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน
บุคลากรถือเป็นหัวใจสำคัญในการนำพาองค์กรไปสู่ความสำเร็จและเป้าหมายที่องค์กรตั้งไว้การบริหารทรัพยากรบุคคลเป็นการที่องค์การจะกระทำภารกิจหลักให้บรรลุวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพนั้นหน่วยงานจำเป็นจะต้องมีบุคลากรที่มีคุณภาพในปริมาณที่เหมาะสมกับงานซึ่งประโยชน์ของการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน
มีดังนี้
👉ช่วยทำให้เกิดการปรับเปลี่ยนกระบวนการหรือวิธีการทำงานใหม่ที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
👉ช่วยเพิ่มกลยุทธ์ในการสร้างความสำเร็จในการทำงานและช่วยลดความซ้ำซ้อนของงาน
👉ช่วยทำให้การทำงานบรรลุเป้าหมายที่วางไว้ด้วยวิธีการที่รวดเร็ว
👉ช่วยทำให้องค์กรมีความเจริญก้าวหน้า หรือพัฒนาสู่ความเป็นเลิศ
👉ทำให้ได้ผลงานที่มีคุณภาพ ลดความสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย
ประหยัดเวลา ทรัพยากร และกำลังคน
💢ประเภทของประสิทธิภาพ
ประสิทธิภาพเป็นเรื่องของการใช้ปัจจัยและกระบวนการในการดำเนินงานโดยประสิทธิภาพอาจไม่แสดงเป็นค่าประสิทธิภาพเชิงตัวเลขแต่แสดงด้วยการบันทึกถึงลักษณะการใช้เงิน
วัสดุ คน และเวลา
ในการปฏิบัติงานอย่างคุ้มค่าประหยัดไม่มีการสูญเปล่าเกินความจำเป็นรวมถึงมีการใช้กลยุทธ์หรือเทคนิควิธีการปฏิบัติที่เหมาะสมสามารถนำไปสู่การบังเกิดผลได้เร็วและมีคุณภาพประเภทของประสิทธิภาพ
มี 2 ระดับคือ
👉ประสิทธิภาพของบุคคล หมายถึง การทำงานเสร็จโดยสูญเสียเวลาและพลังงานน้อยที่สุดค่านิยมการทำงานที่ยึดกับสังคม
เป็นการทำงานได้เร็วและได้งานดี
บุคคลที่มีประสิทธิภาพในการทำงานบุคคลที่ตั้งใจปฏิบัติงานอย่างเต็มความสามารถใช้กลวิธีหรือเทคนิคการทำงานที่จะสร้างผลงานได้มากเป็นผลงานที่มีคุณภาพเป็นที่น่าพอใจโดยสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายพลังงานและเวลาน้อยเป็นบุคคลที่มีความสุขและพอใจในการทำงานเป็นบุคคลที่มีความพอใจจะเพิ่มพูนคุณภาพและปริมาณของผลงานคิดค้น ดัดแปลง ธีการทำงานให้ได้ผลดียิ่งขึ้นอยู่เสมอ
👉ระสิทธิภาพขององค์กร หมายถึง การที่องค์กรสามารถดำเนินงานต่างๆตามภารกิจหน้าที่ขององค์กรโดยใช้ทรัพยากรปัจจัยต่างๆรวมถึงกำลังคนอย่างคุ้มค่ามีการสูญเปล่าน้อยที่สุดมีลักษณะการดำเนินงานไปสู่ผลตามวัตถุประสงค์
โดยประหยัดทั้งเวลาทรัพยากรและกำลังคน
องค์กรมีความสามารถในการใช้ยุทธศาสตร์กลยุทธ์เทคนิควิธีการและเทคโนโลยีทำให้เกิดวิธีการทำงานที่เหมาะสมมีความราบรื่นในการดำเนินงานมีปัญหาอุปสรรคและความขัดแย้งน้อยที่สุดบุคลากรมีขวัญกำลังใจดีและมีความสุขในการทำงาน
💢องค์ประกอบของการพัฒนาประสิทธิภาพในการทำงาน
การพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานเป็นการปรับปรุงแก้ไขเพิ่มเติมความสามารถและทักษะในการทำงานของตนเองหรือผู้อื่นให้ดีขึ้นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายขององค์กรซึ่งองค์ประกอบการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาองค์กรโดยผู้เขียนยกตัวอย่างแนวคิดของนักวิชาการมีดังนี้
ปีเตอร์สัน
(Perterson) และ โพลแมน (Plowman) ได้กล่าวว่า องค์ประกอบของประสิทธิภาพการทำงาน
👉คุณภาพของงาน (Quality) จะต้องมีคุณภาพสูงคือผู้ผลิตและผู้ใช้ได้ประโยชน์คุ้มค่า
👉ปริมาณ (Quality) งานที่เกิดขึ้นต้องเป็นไปตามความคาดหวังของหน่วยงาน
👉เวลา (Time) คือ
เวลาที่ใช้ในการดำเนินงานต้องอยู่ในลักษณะที่ถูกต้อง
👉ค่าใช้จ่าย (Cost) เป็นในการดำเนินการทั้งหมดจะต้องเหมาะสมกับงานและวิธีการ
จิตติมา
อัครธิติพงศ์ (2556) ได้กล่าวว่า
ประสิทธิภาพในการทำงานในองค์กรเป็นหัวใจสำคัญในการนำองค์กรไปสู่การบรรลุผลความสำเร็จของการดำเนินงานองค์กรจะมีผลผลิตเป็นที่น่าพอใจทั้งในด้านการผลิตการบริการมีความเจริญก้าวหน้าและสร้างความพึงพอใจแก่ลูกค้าและบุคลากรองค์กรซึ่งองค์ประกอบการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานที่สำคัญ
มีดังนี้
👉สิ่งแวดล้อมนอกองค์กร ได้แก่ ตลาดความต้องการของลูกค้าสภาพเศรษฐกิจของสังคมและประเทศ
👉สิ่งแวดล้อมในองค์กร ได้แก่ นโยบาย วิสัยทัศน์
และปรัชญาขององค์กร ที่กำหนดทิศทางการดำเนินงาน วัฒนธรรมองค์กรและการจัดบรรยากาศการทำงานที่ส่งเสริมการทำงานของบุคลากร
👉ปัจจัยขององค์กร ได้แก่ สภาพความพร้อมขององค์กรในด้านที่ดิน
อาคาร สถานที่ อุปกรณ์เครื่องมือเครื่องใช้ เงินทุน เทคโนโลยีและศักยภาพของบุคคล
👉กระบวนการขององค์กร เป็นองค์ประกอบสำคัญลำดับสองต่อจากองค์ประกอบด้านบุคคลกระบวนการที่สำคัญขององค์กร
คือ
การดำเนินงานทั้งหมดที่จะทำให้เกิดการผลิตและการบริการที่น่าพอใจขอบข่ายของกระบวนการขององค์การที่เอื้อต่อการเพิ่มประสิทธิภาพขององค์กร
ได้แก่ การจัดโครงสร้างงานขององค์กรการวางแผนการจัดองค์กรในด้านบุคลากรการสร้างแรงจูงใจในการทำงานการควบคุมคุณภาพการทำงานและการพัฒนาองค์กรเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
💢คนที่มีประสิทธิภาพมีลักษณะเป็นอย่างไร
สมพิศ
สุขแมน (มปป.) ได้กล่าวว่า
การที่เราจะพิจารณาถึงคนที่มีประสิทธิภาพนั้นเราควรจะพิจารณาจากประเด็นต่อไปนี้
ความฉับไวเป็นการใช้เวลาได้อย่างดีที่สุดรวดเร็วไม่ทำงานล่าช้าแบบเช้าชามเย็นชามนั่นคือคนที่มีประสิทธิภาพถ้านายมอบหมายงานให้ทำภายในเวลา
10 นาที
ก็ควรทำให้เสร็จตามกำหนดไม่ควรใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมงหรืองานบริการผู้รับบริการย่อมต้องการความรวดเร็ว
ความถูกต้องแม่นยำเป็นการผิดพลาดในงานน้อยตลอดจนมีความแม่นยำในกฎระเบียบ
ข้อมูล ตัวเลข หรือสถิติต่างๆ ตลอดจนไม่ควรประมาทเลินเล่อจนทำให้เกิดความเสียหายแก่องค์กรและต้องตรวจทานงานก่อนเสนอผู้บริหารเสมอ
ความรู้ คือ องค์ความรู้ในงานดีรู้จักศึกษาหาความรู้ในเรื่องงานที่กำลังทำอยู่ตลอดเวลาแต่คนที่มีประสิทธิภาพจะเป็นผู้ที่แสวงหาความรู้อยู่ตลอดเวลา
ทั้งการเรียนรู้ด้วยตนเอง เรียนรู้จากองค์กร
เรียนรู้จากผู้อื่นเรียนรู้จากอินเทอร์เน็ตเป็นต้น โดยเรียนให้
“รู้จริงและรู้แจ้ง” และนำความรู้นั้นมาปรับปรุงการทำงานให้ดีขึ้น
ประสบการณ์เป็นการรอบรู้หรือรู้รอบด้านจากการการได้เห็นสัมผัสได้ลงมือปฏิบัติบ่อยมิใช่มีความรู้ด้านวิชาการแต่เพียงอย่างเดียว เป็นช่างซ่อมเครื่องยนต์มานานเป็นครูอาจารย์ที่สอนนักศึกษามานานหรือเป็นเจ้าหน้าที่ธุรการมานานบุคลเหล่านี้เราอาจเรียกว่า
“ผู้มีชั่วโมงบินสูงในการทำงาน”
เพราะคนเหล่านี้ถือว่าเป็นผู้มีประสบการณ์สูงจะทำงานผิดพลาดน้อยสมควรที่องค์กรจะต้องธำรงรักษาบุคคลเหล่านี้ให้อยู่ในองค์การนานที่สุดเพราะคนเหล่านี้จะทำให้องค์การพัฒนาได้เร็ว
ความคิดสร้างสรรค์เป็นการคิดริเริ่มสิ่งใหม่ๆมุมมองแปลกใหม่เรียกว่านวัตกรรม
(Innovation) มาใช้ในองค์กร เช่น
คิดระบบการให้บริการใหม่ๆ ที่ลดขั้นตอนคิดระบบการประเมินผลการปฏิบัติงานแบบใหม่คิดวิธีการบริหารงานแบบเชิงรุกคิดปรับปรุงอาคารสถานที่แบบเอนกประสงค์เป็นต้น
💢เทคนิคการประเมินผลการทำงาน
ประสงค์
ตระกูลแสงเงิน (2550) ได้กล่าวว่า เทคนิคการประเมินผลการทำงานของพนักงานบุคคล
แบ่งได้ 7 ด้าน ดังนี้คือ
👉ปริมาณงาน (Quantity of Work)
การกำหนดความมากน้อยเกี่ยวกับจำนวนเป็นมาตรฐานในการมอบหมายงานให้การทำงานแก่พนักงานเป็นรายบุคคลโดยมีตัวชี้วัดปริมาณงานที่ประสบผลสำเร็จตลอดระยะเวลาที่แน่นอนได้อาจวัดผลสำเร็จเกี่ยวกับงานตรงเวลาความมีประสิทธิผลต่างๆ การตรวจสอบผลงานเกี่ยวกับพนักงานจะช่วยให้ผู้บังคับบัญชาทราบว่าเขาบรรลุวัตถุประสงค์ได้ดีเพียงใด
👉คุณภาพงาน (Quality of Work)
เป็นคุณภาพเกี่ยวกับผลงานกล่าว คือ
มีความถูกต้องความครบถ้วนประณีตทันเวลาและเป็นที่พึงพอใจจากผลงานที่สำเร็จจากผู้ที่เกี่ยวข้อง
👉ความรู้เกี่ยวกับงาน (Job Knowledge)
ผู้ทำงานมีความรู้
ความเข้าใจชัดเจนในคู่มือวิธีปฏิบัติงานรวมถึงการนำทักษะและเทคนิคต่างๆ
ที่จำเป็นมาประยุกต์ใช้กับงานเกี่ยวกับตนเองและงานที่เกี่ยวข้องได้เป็นอย่างดี
👉คุณภาพเกี่ยวกับลักษณะส่วนตัว (Quality of Personal)
พฤติกรรมเกี่ยวกับบุคคลที่แสดงออกทางบุคลิกภาพการแต่งกายกิริยาท่าทางการใช้วาจาที่เหมาะสมการให้ความช่วยเหลืองานสังคมและความซื่อสัตย์สุจริตในการทำงานทั้งต่อตนเองต่อเพื่อนร่วมงาน
และต่อองค์กร
👉ความร่วมมือกับผู้อื่น (Cooperativeness)
การที่ผู้ทำงานมีความสามารถและเต็มใจทำงานร่วมกับเพื่อนร่วมงานให้ความช่วยเหลือระหว่างกันมีความสนิทสนมกับเพื่อนร่วมงานมีความสามัคคีทั้งกับผู้บังคับบัญชาและลูกน้องเพื่อการมุ่งสู่เป้าหมายเดียวกัน
👉มีความน่าไว้วางใจ (Dependability)
การที่ผู้ทำงานมีความน่าไว้วางใจจากผู้บังคับบัญชาและเกี่ยวกับองค์กรโดยมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ละเอียดถี่ถ้วนความแม่นยำไว้ใจได้ในเรื่องเวลาและเรื่องอื่นๆ
👉มีความคิดริเริ่ม (Creativity)
การที่ผู้ทำงานมีความกระตือรือร้นในการใฝ่หาความรู้ทั้งในงานที่ทำอยู่และงานอื่นที่เกี่ยวข้องกล้าที่จะเริ่มต้นงานได้ด้วยตนเองและไม่กลัวที่จะดำเนินการด้วยตนเองคนเดียวแก้ไขปัญหาด้วยเหตุและผล
💢ปัจจัยที่ช่วยทำให้คนทำงานดีและมีประสิทธิภาพ
คนทำงานจะต้องคิดวิเคราะห์ว่ามีวิธีการใดที่ทำให้การทำงานนั้นมีประสิทธิภาพในขณะเดียวกันก็ทำให้ตัวเองรู้สึกสนุกและมีความสุขในการทำงานด้วยในการทำงานให้มีประสิทธิภาพนั้นมีเคล็ดลับที่คนทำงานสามารถปฏิบัติได้ง่ายโดยอาศัยแนวทางดังต่อไปนี้
👉เป็นเพื่อนร่วมงานที่ดี คือ ในการทำงานนั้นเราจะต้องรู้จักหน้าที่และมีความรับผิดชอบและค้นคว้าแสวงหาความรู้อยู่เสมอทำตัวให้เป็นที่รักของผู้บังคับบัญชาและเพื่อนร่วมงานการที่เราทำตัวเป็นเพื่อนร่วมงานที่ดีไม่เพียงแต่จะทำให้เราทำงานอย่างมีความสุขเท่านั้นแต่ยังเป็นการเพิ่มความก้าวหน้าอีกด้วยการช่วยเหลือคนอื่นอยู่เสมอจะทำให้เราได้รับความช่วยเหลือตอบแทน
ดังนั้น เมื่อติดขัดปัญหาอะไรก็ตามเราก็จะผ่านพ้นไปได้อย่างไม่ยากเย็น
👉รักษามารยาทในการทำงานโดยยึดถือระเบียบและเคารพกฎกติกาจะทำให้เราอยู่ร่วมกับผู้อื่นได้อย่างราบรื่นไร้อุปสรรคในการทำงานการรู้จักมารยาทในการทำงานไม่เพียงเป็นการเคารพผู้อื่นแต่ยังเป็นการเปิดโอกาสให้คนอื่นได้เคารพเราด้วยเคารพในความเป็นคนทำงานมืออาชีพรู้ว่าอะไรควรทำและอะไรไม่ควรทำในที่ทำงาน
👉สร้างบรรยากาศในการทำงานที่ดีเป็นปัจจัยหนึ่งที่จะช่วยให้เรามีความสุขมากขึ้นอีกทั้งยังเป็นเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้เราเป็นที่รักใคร่ของเพื่อนร่วมงานปฏิเสธไม่ได้ว่ารอยยิ้มเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จในการทำงานทำให้เพื่อนร่วมงานรู้สึกได้ถึงความเป็นมิตรของเราเมื่อมีความสุขประสิทธิภาพในการทำงานก็จะเกิดขึ้นอย่างไม่ยากเย็น
👋ขอขอบคุณ :
💨http://www.thailandindustry.com
👋สืบค้นเมื่อวันที่ :
8 พฤศจิกายน 2560



ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น