❤ การจัดการงานอาชีพ ❤
อาชีพ คือ การทำมาหากินของมนุษย์เป็นการแบ่งหน้าที่การทำงานของคนในสังคมและทำให้ดำรงอาชีพในสังคมได้
บุคคลที่ประกอบอาชีพจะได้ค่าตอบแทนหรือรายได้ที่จะนำไปใช้จ่ายในการดำรงชีวิต และสร้างมาตรฐานที่ดีให้แก่ครอบครัว ชุมชน และประเทศชาติ
💢ความจำเป็นของการประกอบอาชีพ
👉เพื่อตนเอง การประกอบอาชีพทำให้มีรายได้มาจับจ่ายใช้สอยในชีวิต
👉เพื่อครอบครัว ทำให้สมาชิกของครอบครัวได้รับการเลี้ยงดูทำให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
👉เพื่อชุมชน ถ้าสมาชิกในชุมชนมีอาชีพและมีรายได้ดีจะส่งผลให้สมาชิกมีความเป็นอยู่ดีขึ้น อยู่ดีกินดี ส่งผลให้ชุมชนเข้มแข็งและพัฒนาตนเองได้
👉เพื่อประเทศชาติ เพื่อประชากรของประเทศมีการประกอบอาชีพที่ดี มีรายได้ดี ทำให้มีรายได้ที่เสียภาษีให้กับรัฐบาลมีรายได้ไปใช้บริหารประเทศต่อไป
💦มนุษย์ไม่สามารถผลิตสิ่งต่างๆมาสนองความต้องการของตนเองได้ทุกอย่างจำต้องมีการแบ่งกันทำและเกิดความชำนาญ
จึงทำให้เกิดการแบ่งงานและแบ่งอาชีพต่างๆขึ้น สาเหตุที่ต้องมีการแบ่งอาชีพมีดังนี้💦💬💦
👉ความรู้ความสามารถของแต่ละคนแตกต่างกัน
👉ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และภูมิประเทศที่แตกต่างกัน
👉ได้รับมอบหมายให้ทำหน้าที่ที่แตกต่างกัน
💢การแบ่งงานและอาชีพให้เกิดประโยชน์
👉สามารถตอบสนองความต้องการซึ่งกันและกันได้
👉ได้ทำงานที่ตนเองถนัด
👉ทำให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจในด้านต่างๆ
👉ได้ทำงานที่ตนเองถนัด
👉ทำให้เกิดการขยายตัวของธุรกิจในด้านต่างๆ
การทำมาหากินของคนไทยสมัยก่อน คือการทำไร่ ทำนา ทอผ้า ทำเครื่องจักสานไว้ใช้ที่เหลือก็จะจำหน่ายในชุมชน คนไทยบางกลุ่มจะเป็นข้าราชการเมื่อบริษัทต่างชาติมาลงทุนในประเทศไทย ทำให้มีการจ้างงาน และมีอาชีพให้คนไทยเลือกทำมากขึ้น
💢ลักษณะอาชีพของคนไทย
👉งานเกษตรกรรม เช่น ปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ การประมง
👉งานอุตสาหกรรม เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับความถนัดด้านช่างสาขาต่างๆ
👉งานธุรกิจ เป็นงานด้านการค้าขาย การทำบัญชี การจัดการธุรกิจ การติดต่อสื่อสารเทคโนโลยีสารสนเทศ
👉งานคหกรรม เป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการประกอบอาหาร เย็บปักถักร้อย ตกแต่งบ้าน
👉งานศิลปกรรม เป็นงานที่มีความละเอียดอ่อน ความคิดสร้างสรรค์ด้านศิลปกรรมของไทย
เช่น งานหัตถกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม
💢ปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จในงานอาชีพ
👉ความต้องการมุ่งความสำเร็จ
(Need for Achivement)
ในการทำงานเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วและมองเห็นโอกาสแห่งความเป็นไปได้ ผู้ประกอบการจะต้องมุ่งมั่นใช้กำลังกาย
กำลังความคิด สติปัญญาและความสามารถทั้งหมด พร้อมทั้งทุ่มเทเวลาให้กับงาน
โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบาก เพื่อให้งานบรรลุความสำเร็จที่มุ่งหวังไว้
ผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้ถึงความผิดพลาดที่ผ่านมาเพื่อแก้ไขให้เกิดความสำเร็จ
พอใจ ภูมิใจที่งานออกมาดี แต่สิ่งที่สำคัญคือ จุดมุ่งหมายทางธุรกิจ
มิได้อยู่ที่กำไร แต่จะต้องทำเพื่อขยายความเจริญเติบโตของกิจการ
กำไรเป็นเครื่องสะท้อนว่าทำได้ และไม่เพียงสนใจต่อการบรรลุเป้าหมายเท่านั้น
แต่จะต้องให้ความสำคัญต่อวิธีการหรือกระบวนที่ทำให้บรรลุเป้าหมายด้วย
👉มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity Thinking) การจะเป็นผู้สำเร็จในงานอาชีพได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไม้พอใจในการทำสิ่งซ้ำๆเหมือนเดิมตลอดเวลา แต่เป็นผู้ที่ชอบนำประสบการณ์ที่ผ่านมาประยุกต์ สร้างสรรค์ หาวิธีใหม่ที่ดีกว่าเดิม สามารถหาแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ปรับปรุงกระบวนการดำเนินการอยู่ตลอดเวลา กล้าที่จะผลิตสินค้าที่แตกต่างจากเดิม กล้าใช้วิธีขายที่ไม่เหมือนใคร กล้าประดิษฐ์ กล้าคิดค้นสิ่งที่แปลกใหม่เข้าสู่ตลาด สามารถคิดค้นประดิษฐ์เครื่องจักรเครื่องมืออุปกรณ์ใหม่ๆ มาใช้ในการผลิต สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ รวมทั้งแสวงหาวัตถุดิบใหม่ๆมาทดแทนของเดิม รู้จักปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน นำระบบการจัดการสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพมาใช้เพื่อลดต้นทุน ความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ อาจเกิดขึ้นด้วยตัวเอง หรือเอาแนวคิดมาจากนักประดิษฐ์ นักวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญก็ได้
👉ความต้องการมุ่งความสำเร็จ
(Need for Achivement)
ในการทำงานเมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วและมองเห็นโอกาสแห่งความเป็นไปได้ ผู้ประกอบการจะต้องมุ่งมั่นใช้กำลังกาย
กำลังความคิด สติปัญญาและความสามารถทั้งหมด พร้อมทั้งทุ่มเทเวลาให้กับงาน
โดยไม่คำนึงถึงความยากลำบาก เพื่อให้งานบรรลุความสำเร็จที่มุ่งหวังไว้
ผู้ประกอบการจะต้องเรียนรู้ถึงความผิดพลาดที่ผ่านมาเพื่อแก้ไขให้เกิดความสำเร็จ
พอใจ ภูมิใจที่งานออกมาดี แต่สิ่งที่สำคัญคือ จุดมุ่งหมายทางธุรกิจ
มิได้อยู่ที่กำไร แต่จะต้องทำเพื่อขยายความเจริญเติบโตของกิจการ
กำไรเป็นเครื่องสะท้อนว่าทำได้ และไม่เพียงสนใจต่อการบรรลุเป้าหมายเท่านั้น
แต่จะต้องให้ความสำคัญต่อวิธีการหรือกระบวนที่ทำให้บรรลุเป้าหมายด้วย👉มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ (Creativity Thinking) การจะเป็นผู้สำเร็จในงานอาชีพได้นั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ไม้พอใจในการทำสิ่งซ้ำๆเหมือนเดิมตลอดเวลา แต่เป็นผู้ที่ชอบนำประสบการณ์ที่ผ่านมาประยุกต์ สร้างสรรค์ หาวิธีใหม่ที่ดีกว่าเดิม สามารถหาแนวทางพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการ ปรับปรุงกระบวนการดำเนินการอยู่ตลอดเวลา กล้าที่จะผลิตสินค้าที่แตกต่างจากเดิม กล้าใช้วิธีขายที่ไม่เหมือนใคร กล้าประดิษฐ์ กล้าคิดค้นสิ่งที่แปลกใหม่เข้าสู่ตลาด สามารถคิดค้นประดิษฐ์เครื่องจักรเครื่องมืออุปกรณ์ใหม่ๆ มาใช้ในการผลิต สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆมาใช้ รวมทั้งแสวงหาวัตถุดิบใหม่ๆมาทดแทนของเดิม รู้จักปรับปรุงกระบวนการดำเนินงาน นำระบบการจัดการสมัยใหม่ที่มีประสิทธิภาพมาใช้เพื่อลดต้นทุน ความคิดสร้างสรรค์เหล่านี้ อาจเกิดขึ้นด้วยตัวเอง หรือเอาแนวคิดมาจากนักประดิษฐ์ นักวิจัยหรือผู้เชี่ยวชาญก็ได้
👉รู้จักผูกพันต่อเป้าหมาย (Addicted to Goals) เมื่อตั้งเป้าหมาย ผู้ประกอบการจะต้องทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย
เป้าหมายทุกเป้าหมายล้วนจะต้องเอาชนะทั้งสิ้น มีความคิดผูกพันที่จะเอาชนะ จนสามารถวางแผนกลยุทธ์ไว้ล่วงหน้า
มีการวิเคราะห์ปัญหา อุปสรรค ขัดขวางในการไปสู่เป้าหมาย
เตรียมป้องกันที่จะเอาชนะอุปสรรค ที่คาดว่าจะทำให้เกิดความล้มเหลว
และหาหนทางแก้ไขเมื่อประสบความเหลว และในขณะเดียวกันการมองโลกในแง่ดีมีความหวัง
มุ่งมั่นต่อไปเป้าหมายของความสำเร็จจะมองเห็นในอนาคต
👉มีความเชื่อมั่นในตนเอง (Be Self Confident) ผู้ประกอบการที่จะประสบความสำเร็จมักจะเป็นผู้ที่มีความเชื่อมั่นในความสามารถของตนเอง มีความเป็นอิสระและรู้จักพึ่งตนเอง มีความมั่นใจ มีความเข้มแข็ง เด็ดเดี่ยว มีลักษณะเป็นผู้นำ มีความเชื่อมั่นที่จะเอาชนะสิ่งแวดล้อมที่น่ากลัว มีความทะเยอทะยาน และไม่ประเมินความสามารถของตนเองสูงเกินไปหรือเชื่อมั่นตนเองมากเกินไป
👉มีวิสัยทัศน์กว้างไกล (Visionary) เป็นผู้ที่สามารถวิเคราะห์เหตุการณ์ในอนาคตได้อย่างแม่นยำ และรู้จักเตรียมพร้อมรับเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้น
👉มีความรับผิดชอบ (Responsibility) มีความรับผิดชอบต่องานที่ทำเป็นอย่างดี เป็นผู้นำในการทำสิ่งต่างๆ มักจะมีความริเริ่มแล้วลงมือทำด้วยตนเอง หรือมอบหมายให้ผู้อื่นทำและจะดูแลจนงานสำเร็จตามเป้าหมาย โดยจะรับผิดชอบผลการตัดสินใจ ไม่ว่าผลจะออกมาดีหรือไม่ มีความเชื่อว่าความสำเร็จเกิดจากความเอาใจใส่ ความพยายาม ความรับผิดชอบ มิใช่เกิดจากโชคช่วย
👉มีความกระตือรือร้นและไม่หยุดนิ่ง (Enthusiastic) มีการทำงานที่เต็มไปด้วยพลัง มีชีวิตชีวา มีความกระตือรือร้น ทำงานทุกอย่างโดยไม่หลีกเลี่ยง ทำงานหนักมากกว่าคนทั่วไป
👉ใฝ่หาความรู้เพิ่มเติม (Take New Knowledge) ถึงแม้ว่าจะมีความเชี่ยวชาญในการทำงาน แต่ความรู้และประสบการณ์ที่มีอยู่ยังไม่เพียงพอ ควรที่จะหาความรู้เพิ่มเติม โดยเฉพาะความรู้เกี่ยวกับข้อมูลทางการตลาด เศรษฐศาสตร์ การเมือง กฏหมายทั้งในและต่างประเทศ ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยให้สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงได้ การหาความรู้เพิ่มเติมสามารถหาได้จากการสัมนา ฝึกอบรม อ่านหนังสือ หรือปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
👉กล้าตัดสินใจและมีความมานะพยายาม (Can Make Decision And Be Attempt) มีความกล้าตัดสินใจมีความหนักแน่นไม่หวั่นไหว เชื่อมั่นในตนเองกับงานที่ทำ มีจิตใจของนักสู้ ถึงแม้งานจะหนักก็ทุ่มเทสุดความสามารถ ไม่กลัวงานหนัก เห็นงานหนักเป็นงานท้าทายในการใช้ความรู้ สติปัญญา และความสามรถในการทำงาน ความมานะและความพยายามเป้นการทุ่มเทชีวิตจิตใจในการทำงาน แข่งขันกับตนเองและแข่งขันกับเวลา ขวนขวายหาหนทางแก้ปัญหาและอุปสรรคจนประสบความสำเร็จ
👉สามารถปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม (Adaptable) ต้องรู้จักการปรับตัวตามสภาพแวดล้อม มากกว่าปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามยถากรรม หรือขึ้นอยู่กับโชคหรือดวง
👉รู้จักประมาณตนเอง (Self Assessment) การรู้จักประมาณตนเองไม่ทำสิ่งเกินตัว ในการทำธุรกิจควรจะเริ่มจากธุรกิจเล็กๆก่อน และเมื่อกิจการเจริญค่อยเพิ่มทุนและขยายธุรกิจออกไป จึงจะประสบความสำเร็จ
👉ประหยัด (Safe For Future) การดำเนินงานในระยะสั้นจะยังไม่ทันเห็นผล ผู้ประกอบการจะต้องรู้จักประหยัดและอดออม ต้องรู้จักห้ามใจที่จะหาความสุข ความสบายในช่วงที่ธุรกิจอยู่ในช่วงตั้งตัว และต้องดำเนินธุรกิจต่อไปในระยะเวลายาวนานจนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย
👉มีความซื่อสัตย์ (Loyalty) ต้องมีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้าและหุ้นส่วน ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับธนาคารด้วยการเป็นลูกหนี้ที่ดี เป็นนายที่ดีของลูกน้อง และต้องมีความซื่อสัตย์ต่อตนเองและครอบครัว
💢ประโยชน์ของการพัฒนาสายงานอาชีพ
ทำนองเดียวกันกับงานด้านการบริหารงานบุคคลอื่น ๆ
การพัฒนาความก้าวหน้าในสายงานอาชีพก็เป็นสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อบุคคลและองค์การ ถ้าหากได้มีการจัดทำสิ่งเหล่านี้ได้ถูกต้อง
เหตุผลที่ได้มีการจัดการพัฒนาความก้าวหน้าในสายงานอาชีพก็เพราะเหตุผลต่อไปนี้ คือ
👉เพื่อช่วยให้พนักงานและองค์การบรรลุถึงวัตถุประสงค์ได้ร่วมกัน
วัตถุประสงค์ของการมีการจัดพัฒนาความก้าวหน้าในสายงานอาชีพก็คือ เพื่อที่จะให้มีการจัดและกำหนดแผนการเติบโตของพนักงานแต่ละคน ที่จะมีโอกาสสำเร็จผลในการทำงานตามเป้าหมายต่าง
ๆ ขององค์การได้สำเร็จ
วิธีหนึ่งที่องค์การจะช่วยให้มีความมั่นใจในเป้าหมายของความก้าวหน้าแต่ละคนนี้ก็คือ การให้ข้อสัญญาว่า
ถ้าหากพนักงานผู้นั้นสามารถทำงานได้สำเร็จผลตามที่องค์การกำหนดไว้แล้ว
บุคคลผู้นั้นก็จะมีโอกาสสำเร็จผลในอันที่จะก้าวหน้าในส่วนตัวของตัวเขาเองด้วย
โดยปกติทั่วไปแล้วพนักงานที่มีความรู้ความสามารถ
มักจะต้องการที่จะควบคุมความก้าวหน้าของอาชีพของตัวเองตลอดเวลา
ดังนั้นถ้าหากเป้าหมายนี้ได้บรรลุถึงวัตถุประสงค์และมีโอกาสที่จะให้เขาเข้าใจถึงระดับขั้นตอนของการเติบโตแล้ว พนักงานก็ย่อมจะมีความพึงพอใจ และผลผลิต
ตลอดจนความสำเร็จในงานก็จะปรากฎ
นอกจากนี้ยังช่วยให้ผู้นั้นมีความภาคภูมิใจในความสามารถของตัวเองด้วย
👉เพื่อที่จะเป็นเครื่องมือป้องกันมิให้มีการหวงคนเอาไว้ จากที่ได้พบโดยทั่วไปจะเป็นว่า
เมื่อหัวหน้างานได้สร้างทีมงานของตัวเองขึ้นมาแล้ว
เมื่อสร้างสำเร็จเมื่อใดก็มักจะไม่ยอมที่จะให้คนของตัวออกไปอยู่กับจุดอื่น ทั้งนี้ก็เพราะว่า การมีคนเก่าที่เป็นงานอยู่กับตนนั้น ย่อมเป็นการสะดวกกว่า แต่กลับเป็นปัญหาที่เป็นอุปสรรค
ทำให้คนที่ถูกดึงเอาไว้นั้น
พลาดโอกาสที่จะได้รับการเลื่อนชั้นหรือพัฒนาประสบการณ์ใหม่ ๆ ในจุดอื่นต่อไป
และในที่สุดพนักงานบางคนก็กลับกลายเป็นคนที่มีความชำนาญหรือมีความสามารถมากเกินไป แต่ยังคงต้องทำงานในที่เก่า ที่ถูกแล้วเขาควรจะได้รับการเลื่อนชั้นไปในจุดอื่น
ซึ่งจะให้ผลต่อองค์การในส่วนรวมคุ้มค่ากว่า
ในกรณีที่หัวหน้างานดึงเอาคนของตนไว้เช่นนี้
ย่อมจะก่อให้เกิดผลเสียที่พนักงานนั้นจะเกิดความกระอักกระอ่วน
ทั้งกับตัวเองและเป็นปัญหาติดขัดกับองค์การด้วยเช่นกัน
ดังนั้นการจัดแผนการพัฒนาความก้าวหน้าในสายงานอาชีพ จึงเท่ากับเป็นเครื่องป้องกันมิให้มีการกระทำดังกล่าว
อย่างไรก็ตามเนื่องจากปัญหาต้นทุนได้บีบคั้นเป็นอันมากในระยะปัจจุบันซึ่งประสิทธิภาพในการต้องใช้คนจะต้องมีผลดียิ่งขึ้นและคุ้มค่ายิ่งขึ้นได้มีส่วนทำให้ปัญหานี้ลดน้อยลงไปบ้างในหลายๆแห่ง
👉ช่วยลดความล้าสมัยของพนักงานแต่ละคนเมื่อพนักงานทำงานไปนานๆ
ในจุดใดจุดหนึ่งโดยไม่มีการโยกย้ายนั้นมักจะทำให้คนนั้นล้าสมัยกลายเป็นคนแคบ
ขาดทัศนคติที่กว้างหรือขาดประสบการณ์ในหน้าที่งานอื่นๆ หลายๆ ด้านสาเหตุส่วนใหญ่อาจจะเกิดขึ้นจากการขาดการฝึกอบรมก็ได้
แต่ส่วนใหญ่แล้ว
ปัญหาที่ได้พบมักจะกลายเป็นว่าพนักงานผู้นั้นขาดโอกาสที่จะได้รับการพัฒนาให้เติบโตไปในจุดอื่นจึงมักจะทำให้แรงจูงใจของเขามีน้อยลงไปความกระตือรือร้นที่จะสนใจติดตามเรื่องใหม่ๆ
มักมีน้อยลงซึ่งทำให้คนดังกล่าวยิ่งมีปัญหาซ้ำเติมที่ไม่อาจจะมีความรู้ในเรื่องใหม่ๆ
พอเพียงสำหรับการเติบโตไปในสายงานในจุดอื่นความล้าสมัยในหน้าที่งานนี้มักจะปรากฎในช่วงของการทำงานในระยะอายุงานที่อยู่ในช่วงกลางๆ
ของอาชีพซึ่งหมายถึงว่าได้ทำงานในหน้าที่นั้นนานตามสมควรและมิได้มีการฝึกอบรมและเตรียมการที่จะไปสู่งานใหม่
👉ช่วยลดอัตราการลาออกและต้นทุนด้านบุคคล
จากการศึกษาของผู้ชำนาญการด้านการบริหารงานบุคคลได้พบว่าถ้าหากองค์การได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องนี้และได้ช่วยพนักงานของตัวในการวางแผ่นเกี่ยวกับอาชีพแล้วผลประโยชน์ที่พลอยได้ที่สำคัญก็คือได้มีส่วนในการช่วยลดการลาออกของพนักงาน
และลดต้นทุนที่เกี่ยวกับการที่พนักงานลาหยุดด้วยอันนี้นับว่าเป็นเหตุสำคัญที่เป็นเครื่องชี้ชัดว่าฝ่ายจัดการจะต้องเห็นถึงความจำเป็นในการดำเนินการจัดแผนการพัฒนาความก้าวหน้าทางอาชีพให้
ในเรื่องของการจัดความก้าวหน้าทางสายงานอาชีพนี้ ในทัศนะของผู้บริหารโดยทั่วไปแล้วมิใช่ทุกคนจะเห็นประโยชน์ดังกล่าวได้ทั่วกันหมดหัวหน้างานหลายคนมักจะไม่ค่อยเห็นด้วยกับเรื่องนี้
หรือแม้แต่พนักงานบางคนก็เป็นปัญหาที่ไม่เข้าใจถึงปัญหาในเรื่องนี้อย่างไรก็ตามการจัดพัฒนาความก้าวหน้าในสายงานอาชีพมิใช่เป็นเรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ
ทั้งนี้ก็เพราะว่าแต่ละคนมักจะมีความต้องการที่แตกต่างกันมากในเรื่องความก้าวหน้าของอาชีพ
และในเวลาเดียวกันในองค์การก็มีสายงานในอาชีพที่แตกต่างกันอย่างมากด้วยเช่นกัน
ดังนั้นจึงเป็นการยากที่จะกำหนดเป็นมาตรฐานของช่องทางและหนทางความก้าวหน้าของสายงานอาชีพให้แน่นอนที่แต่ละคนจะดำเนินไปตามแผนได้วิธีที่จัดทำส่วนใหญ่จึงมักจะมีการจัดทำในลักษณะเป็นกลุ่มมากกว่าที่จะจัดทำแผนการพัฒนาความก้าวหน้าให้เป็นรายบุคคลขึ้นเป็นคนๆ
ไปในเรื่องของการพัฒนาความก้าวหน้าในอาชีพงานนี้นับว่าเป็นเรื่องใหม่ซึ่งผู้ชำนาญการหลายคนได้ตั้งคำถามไว้เช่นเดียวกันว่าองค์การจะสามารถพัฒนาและจัดความก้าวหน้าในสายงานอาชีพให้กับพนักงานได้จริงหรือ? ในเรื่องนี้หากได้มีการพิจารณาถึงผลประโยชน์แล้วสิ่งเหล่านี้แม้จะยากก็ยังคงเป็นสิ่งที่ควรจะได้ทดลองทำ
ขอขอบคุณ :
https://sueheera.weebly.com
สืบค้นเมื่อวันที่ : 1 มกราคม 2560





ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น